Latest News
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี แสดงบทความทั้งหมด

วิธีง่ายๆกับการทำ Windows7, Vista ติดตั้งด้วย USB Drive!!

เรามาเตรียมสิ่งของสำหรับงานนี้กันเลยดีกว่า

+ แผ่น Windows7 หรือ Vista SP1, SPS2 เป็น DVD หรือเป็นไฟล์ Image ISO ก็ได้

+ USB Drive ความจุขั้นต่ำ 4GB

+ เครื่องคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook ที่ติดตั้งระบบ Windows7 หรือ Vista SP1, SP2

+ โปรแกรม A Bootable USB ท่านสามารถดาวน์โหลดได้ ที่ นี่

Note. ก่อนลงมือทำขั้นตอนด้านล่าง อยากให้ท่านสำรวจให้แน่ใจก่อนว่าได้แบ็คอัพไฟล์งานที่สำคัญต่างๆออกมาจาก USB Drive หมดหรือยัง ถ้ายัง ก็จัดการแบ็คอัพลงเครื่องให้เรียบร้อยก่อน เพราะเราจะฟอร์แมต USB Drive ใหม่

ขั้นตอนการทำ

1. เมื่อดาวน์โหลดไฟล์ A Bootable USB และแตกไฟล์ออกแล้ว ให้ทำการเสียบ USB Drive พร้อมดับเบิลคลิกไฟล์ A Bootable USB

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

2. โปรแกรม A Bootable USB จะถูกเปิดขึ้น ตรงหน้าต่างนี้ เราสามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งโปรแกรมนี้ลงเครื่องหรือให้โปรแกรมทำงานผ่าน โฟลเดอร์เดิมเลยก็ได้ แล้วใส่เครื่องหมายถูกหน้า I have read and accepted the following -> OK

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

3. ส่วนต่อมา เราจะต้องปรับแต่งค่าให้กับตัวโปรแกรมกันเล็กน้อย แล้วกด OK

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

4. คลิก Check USB เพื่อเลือกไดร์ว USB ที่ต้องการจะฟอร์แมต -> แล้วคลิก Format USB

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

5. ถึงตรงนี้ ต้องใช้เวลาในการฟอร์แมต USB Drive สักครู่

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

6. เป็นอันว่าฟอร์แมตเสร็จเรียบร้อย

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

7. ถึงตรงนี้จะเป็นการเริ่มการก็อบปี้ไฟล์ทั้งหมดที่มีอยู่ในแผ่น DVD ซึ่งเป็นแผ่น Windows ที่เราได้เตรียมไว้ในไดร์ว DVD  โดยคลิก Check DVD เพื่อเลือกไดร์ว แล้วคลิก Start DVD เพื่อเริ่มการก็อบปี้ไฟล์ต่างๆจากแผ่นไปใส่ใน USB Drive

หรือถ้าหากท่านมีเป็นไฟล์อิมเมจ ISO ที่เพิ่งดาวน์โหลดมาก็สามารถคลิกหัวข้อ ISO Version เพื่อให้โปรแกรมก็อบปี้จากไฟล์อิมเมจไปลงที่ USB Drive ก็ได้เช่นเดียวกัน

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน

อีกวิธีง่ายๆกันการทำ Windows7, Vista ติดตั้งผ่าน USB Drive!

ส่วนวิธีการเรียกใช้งาน ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดแต่ละรุ่น/แต่ละยี่ห้อด้วยนะครับ ว่าสามารถเรียกใช้งานการบูตด้วย USB Drive ได้หรือไม่ โดยก่อนทำหรือหลังจากทำขั้นตอนต่างๆเรียบร้อยแล้ว ลองทดสอบการบูตด้วย USB Drive ดูก่อนก็ได้ โดยเมื่อรีสตาร์ทเครื่อง ให้เรียกใช้งาน Boot Menu โดยกดปุ่มคีย์ลัดเหล่านี้ย้ำๆไว้ ซึ่งเมนบอร์ดแต่ละค่ายอาจใช้คีย์ลัดไม่เหมือนกัน เช่น

เมนบอร์ด Asus กดปุ่ม F8 ย้ำๆ แล้วเลือก USB Drive

เมนบอร์ด Asrock, ECS กดปุ่ม F11 ย้ำๆ แล้วเลือก USB Drive

เมนบอร์ด Gigabyte กดปุ่ม F12 ย้ำๆ แล้วเลือก USB Drive


ที่มา :  http://www.varietypc.net/main/archives/1518

เทคนิคการติดตั้งระบบ LAN ไร้สายให้ปลอดภัยจากแฮกเกอร์



10 เทคนิคการติดตั้งระบบ LAN ไร้สายให้ปลอดภัยจากแฮกเกอร์

1. วาง Access Point (AP) ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ไม่ ควรวาง AP ไว้ในระบบ LAN ภายใน ควรวาง AP บริเวณหน้า Firewall จะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องวางภายใน LAN ที่เป็น Internal Network ก็ควรจะมีการเพิ่มการ Authentication, Encryption เข้าไปด้วย

2. กำหนดรายการ MAC Address ที่สามารถเข้าใช้ AP ได้เฉพาะที่เราอนุญาติเท่านั้นการ Lock ด้วยวิธีกำหนดค่า MAC Address นั้น แม้ว่าจะไม่ใช้วิธีที่กัน Hacker ได้ 100% ก็ตาม เพราะ Hacker สามารถ Spoof ปลอม MAC Address ได้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการกำหนดเสียเลย เหมือนกับว่าเราควรมีการป้องกันหลายๆ วิธี การกำหนด MAC Address ให้เฉพาะเครื่องที่เราอนุญาตก็เป็นการกันในชั้นหนึ่ง เพื่อให้ Hacker เกิดความยากลำบากในการ Hack เข้าสู่ระบบ Wireless LAN ของเรา

3. จัดการกับ SSID (Service Set Identifier) ที่ถูกกำหนดเป็นค่า Default มาจากโรงงานผลิตค่า SSID จะถูกกำหนดเป็นค่า Default มาจาก Vendor เช่น Cisco Aironet กำหนดเป็นชื่อ tsunami เป็นต้น เราควรทำการเปลี่ยนค่า SSID ที่เป็นค่า Default ทันทีที่เรานำ AP มาใช้งาน และ ควรปิดคุณสมบัติการ Auto Broadcast SSID ของตัว AP ด้วย

4. ใช้ WEP (Wired Equivalent Privacy) security protocol ในการเข้ารหัสข้อมูลระหว่าง IEEE 802.11b Wireless LAN Client และ Access Point (AP)
มาตรฐาน WEP เป็นมาตราฐานหลักที่มีใน AP ทุกตัว แต่โดยปกติแล้วจะไม่ได้เปิดใช้ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้โปรแกรม Packet Sniffer เช่น Ethereal (www.ethereal.com) ดักจับ Packet และสามารถอ่านข้อมูลที่เป็น Plain text ได้เพราะ AP มีลักษณะการทำงานแบบ HUB ไม่ใช่ Switching เหมือนที่เราใช้กันใน LAN ทุกวันนี้ เราจึงควรมีการเข้ารหัส Packet ของเราในระดับ Layer 2 เพื่อให้ยากต่อการจับด้วยโปรแกรมประเภทนี้ ถ้าเราเพิ่มการ generate WEP Key เป็นแบบ Dynamic จะช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้งานแบบ Session-Based และ User-Based WEP Key ก็ช่วยได้เช่นกัน

5. อย่าหวังพึ่ง WEP อย่างเดียว เพราะ WEP สามารถที่จะถูก Crack ได้
การ เพิ่ม WEP เข้ามาในการใช้งาน Wireless LAN เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ WEP ก็ไม่สามารถกันพวกแฮกเกอร์ได้ 100% เพราะมีโปรแกรมที่สามารถถอดรหัส WEP ได้ ถ้าได้ IP Packet จำนวนมากพอ เช่น โปรแกรม AirSnort จาก http://www.shmoo.com เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราควรเพิ่มการป้องกันใน Layer อื่นๆ เข้าไปด้วย

6. ใช้ VPN ร่วมกับการใช้งาน Wireless LAN การ ใช้ VPN ระหว่าง Wireless LAN Client กับ AP ต่อเชื่อมไปยัง VPN Server เป็นวิธีที่ปลอดภัยมากกว่าการใช้ WEP และ การ Lock MAC Address การใช้ VPN ถือได้ว่าเป็นการป้องกันที่ลึกอีกขั้นหนึ่ง และ เป็นการรักษาความปลอดภัยในลักษณะ end to end อีกด้วย

7. เพิ่มการ Authentication โดยใช้ RADIUS หรือ TACACS Server
ถ้า องค์กรมี RADIUS Server หรือ CISCO Secure ACS (TACACS) Server อยู่แล้ว สามารถนำมาใช้ร่วมกับ AP ที่มีความสามารถในการตรวจสอบ Username และ Password ก่อนที่ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบ (Authentication Process) และ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำหลาย Username หลาย Password ผู้ใช้สามารถใช้ Username และ Password เดียวกับที่ใช้ในระบบ Internal LAN ได้เลย ทำให้สะดวกในการบริหารจัดการ Account ภายใน และ IT Auditor ควรตรวจสอบการเข้าระบบ Wired และ Wireless LAN จาก Log ของระบบด้วย

8. การใช้ Single Sign On (SSO) ดังที่กล่าวมาแล้วในข้อ 7 ควรกำหนดเป็น Security Policy ให้ กับองค์กรสำหรับระบบ Wired และ Wireless LANเพื่อ ที่เราสามารถที่จะกำหนดคุณสมบัติ AAA ได้แก่ Authentication, Authorization และ Accounting ได้ การใช้งานควรกำหนด Security Policy ทั้งระบบ Wired และ Wireless LAN ไปพร้อมๆ กัน และ แจ้งให้ผู้ใช้ได้ทราบปฎิบัติตาม Security Policy และสามารถตรวจสอบได้

9. อุปกรณ์ Wireless LAN จากแต่ละผู้ผลิตอาจมีคุณสมบัติแตกต่างจากมาตรฐานและมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน
แม้ ว่าผู้ผลิตอุปกรณ์จะผลิตตามมาตรฐาน IEEE 802.11b ผู้ผลิตบางรายมักจะเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างเฉพาะผู้ผลิตรายนั้นๆ เช่น เพิ่มคุณสมบัติทางด้าน security ของอุปกรณ์เป็นต้น เราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะติดสินใจซื้อมาใช้งานจริงว่าอุปกรณ์ไม่มีปัญหา ในการทำงานร่วมกัน

10. ระวัง Rouge AP แม้คุณจะไม่ได้ใช้ระบบ Wireless LAN เลยก็ตาม
การ Hack จากภายในองค์กรในสมัยนี้ทำได้ง่าย แม้องค์กรจะไม่ได้ใช้ระบบ Wireless LAN เลย วิธีการก็คือ มีผุ้ไม่หวังดีทำการแอบติดตั้ง AP ที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้ากับระบบ Internal LAN เรียกว่า Rouge AP จากนั้นผุ้ไม่หวังดีก็สามารถ Access Internal LAN ผ่านทาง Rouge AP ที่ทำการแอบติดตั้งไว้ ซึ่งเขาสามารถเข้าถึงระบบภายในได้ จากภายนอกอาคาร หรือ จากที่จอดรถของบริษัทก็ได้ ถ้าระยะห่างไม่เกิน 100 เมตร จาก AP ที่แอบติดตั้งไว้

เราควรมีการตรวจสอบ Rouge AP เป็นระยะๆ โดยใช้โปรแกรม Networkstumbler (http://www.netstumbler.com) เพื่อหาตำแหน่งของ Rouge AP หรือ เราควรติดตั้ง IDS (Intrusion Detection System) เช่น SNORT (http://www.snort.org) เพื่อคอยตรวจสอบพฤติกรรมแปลกๆ ในระบบ Internal LAN ภายในของเราเป็นระยะๆ จะทำให้ระบบของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น และ มีการเตือนภัยในลักษณะ Proactive อีกด้วย.

ที่มา

http://variety.teenee.com/foodforbrain/23833.html

Sony Vaio E โน้ตบุ๊ก Core i3

โซนี่ (Sony)  เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุด Vaio E Series ทีไม่เพียงแต่จะมาพร้อมกับความแรงของโพรเซสเซอร์ Intel Core i3 เท่านั้น แต่ในซีรียส์นี้ยังมีดีไซน์ด้วยสีสันที่สวยงามให้เลือกเป็นเจ้าของมากมายอีก ด้วย ดูน่าใช้มากๆ ขอบอก
Sony Vaio E จะมาพร้อมกับจอขนาด 15.5 นิ้ว (1366 x 768) โพรเซสเซอร์ Intel Core i3 2.13GHz พร้อมด้วยหน่วยความจำ 4GB ฮาร์ดดิสก์ 500G และไดรฟ์เขียนอ่าน CD/DVD มาตรฐาน เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi b/g/n และ Bluetooth 2.1+EDR โดยสนนราคาอยู่ที่ 799 เหรียญฯ (ประมาณ 27,000 บาท) สามารถอัพเกรดไปใช้โพรเซสเซอร์ Intel Core i5 2.4GHz และไดรฟ์ Blu-ray โดยสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ แต่จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมีนาคม




จุดเด่นของโน้ตบุ๊ก Sony Vaio E นอก จากจะเป็นขุมพลังของตัวเครื่องที่ใช้โพรเซสเซอร์ Core i3/i5 แล้ว ยังมีในเรื่องของดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตา เรียกได้ว่า คนอื่นๆ สามารถมองเห็นโน้ตบุ๊กของคุณได้จากระยะ 500 เมตร (เว่อร์ไปไหมเนี่ย?) สำหรับใครที่เบื่อสีของโน้ตบุ๊กทั่วไป รับรองว่าต้องชอบ Vaio E อย่างแน่นอน โดยในซีรียส์นี้มีให้เลือก 5 สีด้วยกันได้แก่ Carribean Green (เขียว) Hibiscus Pink (ชมพู) Iridescent Blue (น้ำเงิน) Lava Black (ดำ) และ Coconut White (ขาว)



ข้อมูลจาก: electronista

RSS คืออะไร ??


RSS คืออะไร

RSS   ย่อมาจาก Really Simple Syndication คือ บริการที่อยู่บนระบบ อินเตอร์เน็ท จัดทำข้อมูลข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบXML เพื่ออำนวยความสะดวกให้ กับผู้ใช้ โดยส่งข่าวหรือข้อมูลใหม่ๆ ให้ถึงเครื่องตลอดเวลาที่มีการ Updateไม่ต้อง เสียเวลาเปิดเว็บไซต์เข้ามาค้นหา



ข้อดีของ RSS

RSS ช่วยลดข้อจำกัดในการคัดลอกข้อมูลในเว็บไซต์ โดยเฉพาะกรณีการละเมิด ลิขสิทธิ์ขณะที่ผู้สร้างไม่ต้องเสียเวลาทำหน้าเพจแสดงข่าว    ซึ่งต้องทำทุกครั้งเมื่อ ต้องการเพิ่มข่าว โดย RSS จะดึงข่าวมาอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์เป็น ศูนย์กลางมากขึ้น


จุดเด่นของ RSS คือ
  •  ผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อดูว่ามีข้อมูล อัพเดทใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัพเดท ไม่เท่ากัน บางครั้งผู้ใช้ยังอาจหลงลืมจนเข้าไปดูเนื้อหาอัพเดทใหม่บนเว็บไซต์ ไม่ครบถ้วน

  • รูปแบบ RSS จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับข่าวสารอัพเดทใหม่ได้ โดยไม่ต้องเข้าไปดูทุกครั้งให้เสียเวลา ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและ ฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์